Diode Laser VS YAG เลือกแบบไหนดี ? กำจัดขนเห็นผลชัด ปลอดภัย เหมาะกับสภาพผิว

Reading Time: 4 minutes

Diode Laser VS YAG

Diode Laser VS YAG

Diode Laser VS YAG ต่างกันอย่างไร ? เครื่องเลเซอร์แบบไหนดีกว่ากัน ? แม้ว่าจะสามารถกำจัดขนได้เหมือนกันทั้งคู่ แต่ในแง่ของพลังงาน ความยาวคลื่น ตำแหน่งกำจัดขนที่เหมาะสม รวมถึงสีขน สีผิว มีความแตกต่างกันครับ

มาดูความแตกต่างระหว่าง Diode Laser VS YAG คืออะไร ? ข้อดี ข้อจำกัด ทำอันไหนเจ็บน้อยกว่า ? เห็นผลชัด กำจัดขนได้เกลี้ยงเกลา หมออธิบายในความนี้ครับ

สารบัญ Diode Laser VS YAG


Diode Laser คืออะไร ?

Diode Laser คือ เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้ในการกำจัดขนที่มีประสิทธิภาพ มีความยาวคลื่นหลากหลายตั้งแต่ 800-1,350 nm ที่นิยมใช้จะอยู่ในช่วง 800-810 nm

พลังงานที่ยิงสามารถลงลึกถึงชั้นผิวหนัง กำจัดขนได้ถึงรากขน โดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างเกิดการระคายเคืองหรือบาดเจ็บ สามารถกำจัดขนได้ทุกสีผิว โดยเฉพาะเส้นขนขนาดใหญ่ เช่น บริเวณขนแขน ขนขา

ข้อดี Diode Laser

  • มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนบริเวณต่าง ๆ ได้ดี
  • สามารถกำจัดขนได้ทุกสีผิว
  • เหมาะกับเส้นขนขนาดใหญ่
  • เหมาะกับบริเวณกว้าง ๆ เช่น ขนแขน ขนขา
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส

ข้อจำกัด Diode Laser

  • หากยิงเบาจะเป็นการกระตุ้นเส้นเลือดทำให้ขนเส้นหนาได้
  • ต้องใช้เจลเย็นในการลดความร้อนระหว่างทำ เสี่ยงติดเชื้อได้ หากขั้นตอนไม่ Hygienic
Diode Laser

YAG Laser คืออะไร ?

YAG Laser คือ การเลเซอร์กำจัดขนด้วยเครื่อง Yag มีความยาวคลื่น 1064 nm พลังงานที่ปล่อยออกมาและถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เข้าไปทำลายรากขน ความร้อนจากเลเซอร์จะทำให้รากขนค่อย ๆ ฝ่อลงและหลุดร่วงไปในที่สุด

รู้จัก YAG Laser ทำอะไรได้บ้าง ?

ข้อดี YAG Laser

  • สามารถกำจัดขนได้ดี โดยเฉพาะบริเวณจุดเล็ก ๆ หรือบริเวณที่ต้องเก็บรายละเอียด เช่น ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น (เลเซอร์ขนจิมิ, เลเซอร์ขนน้องชาย) ขนรักแร้ ขนบริเวณใบหน้า
  • พลังงานลงลึก ทำลายรากขนได้แม่นยำ ไม่ทำร้ายผิวโดยรอบ
  • เหมาะกับทุกสีผิว ทุกขนาดเส้นขน

ข้อจำกัด YAG Laser

  • อาจมีความรู้สึกเจ็บ จึงต้องใช้ควบคู่กับเครื่องเป่าลมเย็น
Long Pulse ND Yag

เลเซอร์ในกลุ่มเครื่อง Yag Laser มีหลายเครื่องครับ เช่น Long Pulse ND Yag, Gentle Yag, Erbium Yag Laser, Laser Q Switch ND Yag

การเลือกใช้เลเซอร์แต่ละประเภท ควรพิจารณาจากปัญหาของขน และสภาพผิวของคนไข้เอง แต่หากต้องการกำจัดขนอย่างมีประสิทธิภาพ ลดขนถาวร ไม่เสี่ยงผิวไหม้ ไม่มีขนคุด เลเซอร์ Long Pulse ND Yag 1064 เป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุดครับ


เปรียบเทียบ Diode Laser VS YAG ต่างกันอย่างไร ?

เครื่องเลเซอร์ขนDiode YAGLaserYAG 1064
ความลึกของค่าพลังงาน800-1350 nm1064 nm
เหมาะกับเส้นขนแบบไหนสามารถกำจัดขนได้ทุกสีผิว เหมาะกับเส้นขนขนาดใหญ่สามารถกำจัดขนได้ทุกสีผิว ทุกขนาดเส้นขน
จุดเด่นเหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณกว้าง ๆ เช่น ขนแขน ขนขามีค่าพลังงานในการกำจัดจนได้ลงลึกที่สุด ทำลายรากขนได้แม่นยำ โดยไม่ทำร้ายผิวโดยรอบ
ข้อคำนึงหากยิงเบาไป จะเป็นการกระตุ้นให้ขนหนาขึ้นได้อาจมีความรู้สึกเจ็บ จึงต้องใช้ควบคู่ไปกับเครื่องพ่นลมเย็น

Diode Laser VS YAG ราคาเท่าไหร่ ? ต่างกันมากไหม ?

ราคาของ Diode Laser VS YAG จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ ยี่ห้อเครื่องที่ใช้ บริเวณที่ทำ และมาตรฐานการบริการ

โดยทั่วไป Diode Laser มักจะมีราคาเริ่มต้นที่ย่อมเยากว่า เห็นได้จากหลายคลินิกเลเซอร์ขนทำโปรโมชันราคาถูกมาก ๆ เนื่องจากต้นทุนเครื่องไม่สูงเท่ากลุ่มเครื่อง Yag ประสิทธิภาพเครื่องต่ำกว่า และมาตรฐานการบริการอาจไม่พรีเมียมมากนัก

ส่วน Long Pulse ND Yag Laser ราคาจะสูงกว่าครับ แต่ในแง่ความคุ้มค่าของราคากับผลลัพธ์ที่ได้ รากขนหลุดจริง ไม่เลี้ยงไข้ จบคอร์สได้ไวกว่า ก็ช่วยประหยัดงบในกระเป๋าได้มากกว่าในระยะยาว ดีกว่าทำราคาถูกแต่ต้องทำซ้ำ ๆ ไม่จบสิ้น อีกทั้งราคาที่สูงกว่ายังรวมถึงมาตรฐานการบริการที่พรีเมียมกว่าครับ


Diode Laser VS YAG แบบไหนเจ็บกว่ากัน

ความเจ็บเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลครับ ถ้าทำ Diode Laser ระหว่างทำจำเป็นต้องทาเจลเย็น เพื่อเป็นสื่อนำแสงและลดความร้อนที่ผิว ความรู้สึกจะเหมือนโดนถูวน ๆ อุ่น ๆ สบายผิว แต่ความเย็นของเจลอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะบ้างหลังทำ

ขณะที่ Yag Laser สมัยก่อนหลายคนกลัว Yag เพราะขึ้นชื่อเรื่องความเจ็บ เหมือนหนังยางดีดแรง ๆ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมากครับ มีระบบเป่าลมเย็นที่อุณหภูมิติดลบ เป่าไปพร้อม ๆ กับจังหวะยิงเลเซอร์ ช่วยให้สบายผิวขณะทำมากขึ้น จนแทบไม่รู้สึกเจ็บ ไม่ต้องแปะยาชา และไม่ต้องทาเจลเย็นครับ

ทำเลเซอร์รักแร้

Diode Laser VS YAG กี่ครั้งเห็นผล ?

เส้นขนของเราไม่ได้งอกพร้อมกันทั้งหมดครับ แต่จะแบ่งวงจรออกเป็นระยะเติบโต (Anagen) ระยะหยุดเติบโต (Catagen) ระยะหลุดร่วง (Telogen) และระยะขึ้นใหม่ (Exogen) ซึ่งเลเซอร์จะทำลายเฉพาะขนในระยะเติบโตเท่านั้น

  • ครั้งที่ 1-3 : จะเริ่มสังเกตว่าเส้นขนบางลง สีอ่อนลง และขึ้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ครั้งที่ 5-8 : เป็นจำนวนครั้งที่แนะนำ เลเซอร์ขนกี่ครั้งหายถาวร ถ้าทำต่อเนื่อง 5-8 ครั้ง จะสามารถกำจัดขนได้ประมาณ 80-90% ผิวเรียบเนียนครับ
vsq tips

กำจัดขนด้วย Yag Laser มักจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนกว่า Diode Laser ในจำนวนครั้งที่เท่ากัน โดยเฉพาะในคนขนเส้นใหญ่และรากลึกครับ เพราะพลังงานลงไปจัดการที่ต้นตอ ลงลึกถึงรากขนได้ดีกว่าครับ


Diode Laser VS YAG เลือกแบบไหนดี ?

เครื่องเลเซอร์แต่ละแบบมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน และมีความลึกของพลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละเครื่องจะเหมาะสมกับแต่ละปัญหาเส้นขนที่ไม่เหมือนกันครับ ตามที่หมออธิบายในตารางเปรียบเทียบข้างต้น

แนะนำโปรแกรม Cool Yag 1064 ลงลึกถึงรากขน เจ็บน้อย ขนหลุดไว

Cool Yag 1064

เลเซอร์ขนโปรแกรม Cool Yag 1064 ที่ V Square Clinic จะใช้เครื่อง Yag Laser ยี่ห้อ Light B Evo-Long Pulse Nd: YAG 1064 nm เป็นเครื่องที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก FDA ทั้งอเมริกา ยุโรป ไทย

Cool Yag 1064

ข้อดี Cool Yag 1064

  • สามารถทำลายรากขนได้ลงลึกกว่า YAG Laser ทั่วไป
  • กำจัดขนได้อย่างตรงจุด
  • ไม่เป็นขนคุด ตุ่มหนังไก่
  • ไม่เสี่ยงผิวไหม้ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังบริเวณใกล้เคียง
  • เหมาะกับทุกสีผิว และทุกขนาดเส้นขน (ยกเว้นขนหงอก)
  • ทำอย่างต่อเนื่อง (5-8 ครั้ง) ขนบางลง กำจัดขนได้ถาวร
Cool YAG 1064 ต่างจากเลเซอร์ขนทั่วไปยังไง ?

Cool Yag 1064 ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

YAG Laser ทำจุดไหนได้บ้าง ?

Cool Yag 1064 สามารถกำจัดขนได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น

การทำเลเซอร์ขนในแต่ละจุด จะใช้ค่าพลังงานที่ต่างกันแนะนำให้ทำกับแพทย์ หรือนักกายภาพ ซึ่งเป็น Laser Specialist ที่เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์โดยเฉพาะ มั่นใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัย

เลเซอร์ขน V Square
เลเซอร์ขนที่ V Square Clinic
ดูแลและยิงเลเซอร์โดยนักกายภาพ
เลเซอร์ขน V Square Clinic

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Diode Laser VS YAG

เครื่อง YAG กับ ND YAG มีความแตกต่างกันในการเลือกใช้อย่างไร ?

ถ้าพูดถึง YAG ทั่วไปจะไม่ได้มีเครื่องเป่าลมเย็นแยก ปรับความเย็นไม่ได้ เจ็บขณะทำ ต้องทาเจลเย็น แต่ ND YAG คือเครื่อง Cool Yag Laser แตกต่างกันที่มีเครื่องเป่าลมเย็น เจ็บน้อยลง ขนหลุดไว

คนผิวคล้ำหรือผิวสองสี ควรเลือกทำ Diode หรือ YAG ดีกว่ากัน ?

สำหรับคนที่มีผิวสองสีหรือผิวคล้ำแนะนำ YAG (Long Pulse Nd: Yag) เพราะความยาวคลื่น 1064 nm ของ YAG สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้าลงไปได้ลึก ลดความเสี่ยงเรื่องผิวไหม้ หรือรอยด่างขาวหลังทำ

เคยทำ Diode มาแล้วแต่ขนยังไม่หมด เปลี่ยนมาทำ YAG ต่อได้ไหม ?

หลายคนเริ่มต้นด้วย Diode เพราะราคาเข้าถึงง่ายในช่วงแรก แต่พอทำไปสักพักอาจเจอภาวะขนดื้อ หรือเหลือขนเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ ที่เครื่อง Diode จับไม่ค่อยติด การเปลี่ยนมาใช้ YAG ที่มีความเข้มข้นของแสงสูงและลงลึกกว่า จะช่วยเก็บรายละเอียดเส้นขนที่เหลืออยู่ให้เกลี้ยงเกลาได้ดียิ่งขึ้นครับ

ขนคุดและตุ่มหนังไก่ เครื่องไหนเอาอยู่กว่ากัน ?

ปัญหาขนคุดเกิดจากอะไร ? ขนคุดและตุ่มหนังไก่มักเกิดจากเส้นขนใหม่ที่งอกขึ้นมาไม่พ้นผิว หรือม้วนตัวอยู่ใต้ผิวจนทำให้ผิวเป็นตุ่ม ๆ แข็ง ๆ ซึ่ง YAG Laser จะจัดการได้ดีกว่าครับ เพราะพลังงานของคลื่น 1064 nm ลงลึกถึงตำแหน่งที่รากขนเริ่มงอก ทำให้รากขนอ่อนแรงลง ขนใหม่จึงไม่ทิ่มย้อนเข้าใต้ผิวเหมือนเดิม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนรอบรูขุมขน ทำให้ผิวที่เป็นตุ่มหนังไก่เรียบเนียนเร็วกว่า Diode อย่างชัดเจนครับ

ถ้ามีขนหงอก เลเซอร์ตัวไหนกำจัดได้ ?

ทั้ง Diode และ YAG ไม่สามารถกำจัดขนหงอกหรือขนสีขาวได้ครับ เพราะหลักการของเลเซอร์คือการตรวจจับเม็ดสี (Melanin) ที่รากขน หากขนเป็นสีขาวคือไม่มีเม็ดสี เลเซอร์จะมองไม่เห็นครับ ดังนั้นใครที่เริ่มมีขนหงอกแซม หมอแนะนำให้รีบมาทำเลเซอร์กำจัดขน ตั้งแต่ตอนที่ขนยังเป็นสีดำอยู่ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ


สรุป Diode Laser VS YAG กำจัดขนต้อง Cool Yag 1064

Diode Laser VS YAG ในการเลือกใช้ควรประเมินตามสภาพผิว ปัญหาเส้นขน และผลลัพธ์ที่ได้ แม้ทั้งสองเครื่องจะกำจัดขนได้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันชัดเจนในเรื่องความยาวคลื่น พลังงานที่ลงลึก และความเหมาะสมตามสีผิว ชนิดเส้นขน

สำหรับ YAG หรือโปรแกรม Cool Yag 1064 ที่ V Square Clinic พลังงานจะลงลึกกว่า ทำให้กำจัดขนได้เกลี้ยงกว่า เหมาะกับทุกสีผิว และใช้ได้แทบทุกตำแหน่งในร่างกาย จึงเห็นผลชัดเจนกว่าในจำนวนครั้งที่เท่ากัน ผลลัพธ์คุ้มค่าในระยะยาวครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นเหมาะกับส่วนไหน ราคาเท่าไร ? ของแท้ดูยังไง ?

Reading Time: 5 minutesฟิลเลอร์ Restylane (เรสเทอเรน) เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีหลายรุ่น หลายเนื้อ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่สงสัย ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ฉีดส่วนไหนได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ในบทความนี้หมอจะพามาทำความรู้จักฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้กันครับ

รวมข้อที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มีความเสี่ยงอะไรบ้...

Reading Time: 4 minutesการฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้

skinvive คืออะไร? ช่วยเรื่องใด ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากฟิล...

Reading Time: 5 minutesไม่ว่าจะยุคไหน การมีผิวคุณภาพดี ฉ่ำโกลว์เล่นแสง ก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการครับ อย่าง SKINVIVE ตัวช่วยงานผิวน้องใหม่จากค่าย Allergan ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจากฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volite ให้กลายมาเป็นฟิลเลอร์ Skin Booster แบบเต็มตัว โดยจะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว เรียบเนียนขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า

exosome คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ตัวเลือกที่ดีที่สุด จริงไหม !

Reading Time: 5 minutesExosome กำลังได้รับการพูดถึงในวงการความงาม ในด้านการนำมาใช้ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Rejuvenation) แก้ไขหลายปัญหาผิว เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ฯลฯ โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองถึงประสิทธิภาพ ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ได้ครับ

Oligio กับ Thermage อันไหนดีกว่ากัน ? เปรียบเทียบให้ชัด ก...

Reading Time: 5 minutesอยากหน้าเด็ก หน้ายก แต่ไม่รู้ว่าระหว่าง Oligio กับ Thermage จะเลือกอะไรดี ? เพราะทั้งคู่เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เหมือนกัน แต่รู้หรือไม่ครับว่าทั้ง Oligio และ Thermage ก็มีจุดที่ต่างกันอยู่ในบางประการ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนทำ Oligio แล้วประทับใจ แต่บางคนกลับรู้สึกว่าทำ Thermage คุ้มค่ากว่า

ทำhifuดีไหม ทำกี่ครั้งเห็นผล ช่วยให้หน้าเรียวจริงหรือไม่ท...

Reading Time: 3 minutesปัจจุบันคนให้ความสนใจทำ hifu (ไฮฟู่) มากขึ้น เพราะเป็นที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง Hifu ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งใบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สะดวกและใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่า Hifu ดีไหม ? ดีอย่างไร ? ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ? เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ในบทความนี้หมอจะอธิบายถึงคุณสมบัติของ hifu อย่างละเอียดครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า