รู้จัก XTherma ให้มากขึ้น
เมื่อมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และเหนียงใต้คางที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน หลายคนจึงมองหาตัวช่วย เพื่อใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพอยู่หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ XTherma ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจในช่วงนี้
XTherma คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไร ? และเหมาะกับใคร ? สามารถช่วยให้ผิวกลับมาตึงกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดได้จริงไหม ? เจ็บหรือไม่ ? มาทำความรู้จักกับ XTherma ให้มากขึ้นในบทความนี้ครับ
สารบัญ XTherma
XTherma คืออะไร ?
XTherma คือนวัตกรรมยกกระชับผิวแบบองค์รวม สามารถดูแลได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายในระดับลึก ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar Radio Frequency (RF) ที่ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการฟื้นฟูและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำงานของเครื่อง XTherma
เครื่อง XTherma ทำงานโดยส่งพลังงานความร้อนที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำลงไปสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
สามารถส่งพลังงานลงไปเจาะจงในตำแหน่งที่ต้องการจนเกิดความร้อนลึก (Deep Heating) ในระดับอุณหภูมิ 40–60 องศาเซลเซียส ทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่เริ่มหย่อนคล้อยเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงฟื้นคืนความกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด
จุดเด่นของเครื่อง XTherma
สิ่งที่ทำให้ XTherma โดดเด่นคือระบบ Dual-mode (Hot + Cold) ที่ผสมผสานการให้พลังงานความร้อนพร้อมกับระบบทำความเย็น (Cryogen Cooling) จึงช่วยลดความรู้สึกร้อนและระคายเคืองในระหว่างทำได้ คนไข้จึงรู้สึกสบายมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีระบบ RF Pulse ปรับได้ถึง 6 ระดับ และระบบ Smart Temperature Cooling (STC) ที่ควบคุมได้ถึง 7 ระดับ ที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ จึงสามารถปกป้องผิวชั้นนอกในขณะที่ยังรักษาประสิทธิภาพในชั้นลึก ทำให้มีความปลอดภัยสูง
รวมถึงมีหัวทิปที่ออกแบบมาพิเศษมีพื้นที่สัมผัส 5 ตารางเซนติเมตร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง เห็นผลชัดเจน และมีหลากหลายขนาดเพื่อรองรับความต้องการในทุกมิติของการรักษา
XTherma ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?
XTherma สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายด้าน โดยเฉพาะความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและลำคอ (เหนียง)
- ช่วยยกกระชับผิวหย่อนคล้อย : ช่วยให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแก้ม คาง หรือลำคอ
- ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน : พลังงานความร้อนที่ลงถึงชั้นไขมันใต้ผิวช่วยให้เซลล์ไขมันลดจำนวนลง แก้ปัญหาไขมันบริเวณแก้ม เหนียงใต้คาง และคอได้
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : ส่งเสริมให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวแน่นฟู ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ช่วยลดเลือนริ้วรอย : ช่วยให้ริ้วรอย ร่องแก้ม และรอยย่นบนใบหน้าดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยปรับรูปหน้า : ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น V-shape ชัดเจนกว่าเดิม โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
- ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว : ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง และดูสุขภาพดีขึ้นโดยรวม
XTherma มีข้อดีอะไรบ้าง ?
XTherma มีข้อดีอยู่หลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากผิวเต่งตึงเป็นธรรมชาติ
6 ข้อดีที่โดดเด่นของ XTherma
- ยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล เป็นการรักษาแบบ Non-Invasive จากภายนอกผิว เป็นหัตถการที่ไม่ใช้เข็ม ไม่มีแผล หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เจ็บน้อย เพราะระบบ Cryogen Cooling และระบบสั่นช่วยลดความรู้สึกเจ็บและร้อนระหว่างทำ
- เห็นผลเร็ว คนไข้สามารถรู้สึกถึงผิวที่กระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำ และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น
- ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากองค์กรด้านสุขภาพ มีระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติที่แม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียง
- ทำได้หลายบริเวณ ครอบคลุมทั้งหน้าและลำตัว ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า คอ ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ การยกกระชับผิวเกิดจากการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
เช็กความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังการทำ XTherma
แม้ว่า XTherma จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่ก็อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน เช่น
- ผิวแดง บวมเล็กน้อยหลังทำ อาจเกิดขึ้นบริเวณที่ทำหลังรับการรักษา แต่จะหายได้เองภายใน 1-2 วัน
- รู้สึกร้อนหรือแสบบริเวณที่ทำ ขณะทำอาจรู้สึกร้อนระหว่างและหลังทำเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปในไม่กี่ชั่วโมง
- ความรู้สึกชาชั่วคราว บางคนอาจรู้สึกชาหรือเสียวซ่าบริเวณที่ทำ แต่จะหายเองภายในไม่กี่วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงรุนแรงควรเลือกทำ XTherma กับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น
XTherma เหมาะกับใคร ?
XTherma เหมาะสำหรับผู้ที่
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- มีไขมันบริเวณแก้มและเหนียงเยอ
- มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
- มีริ้วรอย ร่องแก้ม รอบมุมปาก
- ไม่ต้องการผ่าตัด แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด
- ไม่สะดวกพักฟื้นนาน เพราะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที
XTherma ไม่เหมาะกับใคร ?
XTherma ไม่เหมาะสำหรับบุคคลบางกลุ่ม เช่น
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- ผู้มีโลหะหรือสิ่งฝังชนิดอื่นในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบ หรือมีแผลบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- ผู้ที่มีโรคมะเร็งหรือกำลังรับการรักษามะเร็ง
หมายเหตุ : เพื่อปลอดภัยก่อนทำควรแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด เพื่อประเมินความเหมาะสม
XTherma ทำบริเวณไหนบนร่างกายได้บ้าง ?
XTherma สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว ได้แก่
บริเวณใบหน้า
- ใบหน้า : ยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอย
- แก้ม : ลดไขมัน ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย
- กรอบหน้า : ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น
- เหนียงและคาง : ลดเหนียงชั้นสอง
- คอ : กระชับผิวคอ ลดริ้วรอยคอ
บริเวณลำตัว
- ต้นแขน : กระชับผิวที่หย่อนคล้อย
- หน้าท้อง : กระชับผิวหน้าท้อง ลดไขมันส่วนเกิน
- ต้นขา : กระชับผิวต้นขา ลดเซลลูไลท์
XTherma ต่างจากเครื่องมือยกกระชับอื่นอย่างไร ?
อย่างที่หมอเกริ่นไปตั้งแต่ต้นว่า ปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดอยู่หลายวิธี นอกจาก XTherma แล้วยังมีเครื่องยกกระชับอื่นที่ช่วยฟื้นฟู ยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Thermage,Volnewmer,HIFU และ Ulthera แล้วจะเลือกใช้เครื่องไหนดี หมอข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละเครื่องมาแนะนำดังนี้
เปรียบเทียบ XTherma VS Thermage
XTherma และ Thermage ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF) เหมือนกันครับ แต่มีกลไกและจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ
XTherma
- เทคโนโลยี : คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF) ร่วมกับ Cryogen / ระบบระบายความเย็น
- จุดเด่น : เจ็บน้อย ความสบายผิว มีหัวทริปขนาดใหญ่
- ผลลัพธ์ : คงอยู่ 6-12 เดือน
Thermage
- เทคโนโลยี : คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF) เป็นรุ่นมาตรฐานที่เห็นผลชัดเจนในเรื่องการยกกระชับ ลึก
- จุดเด่น : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย และช่วยสลายไขมันสะสมและทำให้ผิวแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีหัวยิงเฉพาะสำหรับ รอบดวงตา (Eye Tip) ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและช่วยแก้ปัญหาหนังตาตกได้ดีที่สุด
- ผลลัพธ์ : คงอยู่ 1-2 ปี
XTherma VS HIFU/ Ulthera
XTherma ใช้เทคโนโลยีในการยกกระชับผิวต่างไปจาก Hifu และ Ulthera ครับ โดย Ulthera และ Hifu ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เน้นส่งพลังงานลงลึกที่ผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ใบหน้ามีชั้นไขมันไม่มากครับ
ในขณะที่ XTherma ใช้เทคโนโลยี คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF)
คลิกอ่านเพิ่มเติม : SMAS คืออะไร? ทำไมต้องยกกระชับผิวถึงชั้น SMAS เพื่อให้หน้าดูอ่อนเยาว์
- XTherma (RF) เน้นกระชับผิวและฟื้นฟูด้วยคลื่นวิทยุ
- HIFU/Ulthera (Ultrasound) เน้นยกกระชับเฉพาะจุดลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS), โดย Ulthera มีประสิทธิภาพแม่นยำกว่าและอยู่ได้นานกว่า HIFU ครับ
นอกจาก XTherma/ Thermage / HIFU/ และ Ulthera แล้ว นวัตกรรมยกกระชับผิวมีหลากหลายวิธีที่ใช้เทคโนโลยีและพลังงานต่างกัน หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับคนคนไข้ แนะนำให้แพทย์ช่วยประเมินแบบรายบุคคลจะดีที่สุดครับ เพราะโครงหน้า ปัญหาผิว และเป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เปรียบเทียบนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้ายอดนิยม 2026
บทความแนะนำ
ก่อนทำ XTherma ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยง ควรเตรียมตัวดังนี้
- หยุดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมรุนแรง เช่น Retinol, AHA, BHA หรือ Vitamin C เข้มข้น
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการผิว เช่น ลอกผิว เลเซอร์ หรือฟิลเลอร์
- หยุดการกินยาที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน หรือวิตามิน E (ปรึกษาแพทย์ก่อน)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อเตรียมผิวและช่วยในการฟื้นฟู
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ XTherma
หลังทำ XTherma สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่ควรเน้นการ เพิ่มความชุ่มชื้น, ป้องกันแดด, หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่กระตุ้นผิว (เช่น เลเซอร์, ขัดผิว, แอลกอฮอล์, สูบบุหรี่) เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีและเห็นผลชัดเจนยาวนานขึ้น
แนะนำ
- ดื่มน้ำเยอะ ๆเพื่อชวยให้ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
- ทาครีมกันแดด SPF 30+ ขึ้นไป ทุกวัน เพื่อป้องกันรังสี UV ที่ทำลายคอลลาเจน
- ทาครีมบำรุง/มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
- รับประทานอาหารมีประโยชน์ เน้นวิตามิน C (ผลไม้) และโปรตีน (เนื้อสัตว์, ถั่ว)
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่
ควรหลีกเลี่ยง
- ห้ามทำหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์ IPL, RF อื่น ๆ หรือหัตถการที่ลงลึกถึงผิวหนัง ภายใน 1 เดือนหลังทำ
- เลี่ยงการออกแดดจัดโดยไม่ปกป้องผิว ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดตรง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และหมั่นทาครีมกันแดด SPF 50+
- เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจน
XTherma ราคาเท่าไร ?
ราคา Xtherma แตกต่างกันไปตามจำนวนช็อตและชื่อเสียงคลินิกที่ให้บริการ โดยเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5,900 – 7,900 บาท สำหรับ 100 ช็อต
แนะนำเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือรวมถึงในขั้นตอนการทำควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้นครับ
ปัจจัยสำคัญในการเลือกคลินิก
- ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ : ควรเลือกคลินิกที่ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการยกกระชับโดยตรง
- เทคโนโลยีเครื่องมือได้มาตรฐาน : หากคนไข้ต้องการปรับรูปหน้า ยกกระชับผิวหน้าเพื่อลดความหย่อนคล้อย ควรตรวจสอบว่าคลินิกนั้น ๆ ใช้เครื่องแท้หรือไม่ เช่น Ulthera SPT+, Ultraformer III, Thermage FLX เป็นต้น
- การบริการแบบครบวงจร : คลินิกที่มีบริการหลากหลาย เช่น Ulthera, HIFU, Filler, Botox, ร้อยไหม เพื่อให้คนไข้สามารถให้เลือกทำได้ตรงปัญหาและงบประมาณ
- การดูแลหลังทำ : คลินิกที่ดี ได้มาตรฐานจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีครับ
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XTherma
XTherma เจ็บมากไหม ?
ระดับความเจ็บของ XTherma อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคนครับ ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นร้อนและสั่นเล็กน้อยบริเวณที่ทำ เพราะเครื่อง XTherma มีระบบ Cryogen Cooling และระบบสั่นที่ช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ ทำให้สะดวกสบายขึ้น หากกลัวเจ็บมากสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทาครีมชาก่อนทำได้
XTherma ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
ผลลัพธ์ของ XTherma จะเห็นได้ทันทีหลังทำครั้งแรกประมาณ 10-20% แต่เพื่อให้ได้ผลที่ดีและคงทนนาน แพทย์มักจะแนะนำให้ทำ 3-5 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ผิวที่หย่อนน้อยอาจต้องทำแค่ 1-2 ครั้ง
ในขณะที่ผิวที่หย่อนมากอาจต้องทำ 5-6 ครั้ง ผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นและอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
XTherma กับ Thermage อันไหนดีกว่ากัน ?
XTherma และ Thermage ใช้เทคโนโลยีเดียวกันคือ Monopolar RF แต่มีข้อแตกต่างที่น่าสนใจ
- XTherma เหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บ มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ต้องการราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง ความเจ็บน้อยกว่า ราคาถูกกว่า
- Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนนานกว่า มีผิวหย่อนชัดเจน และไม่กลัวเจ็บมากนัก มีข้อมูลการวิจัยที่มากกว่า ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
การเลือกระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ควรขึ้นอยู่กับงบประมาณ และระดับปัญหาผิวของแต่ละคนครับ
ทำ XTherma แล้วสามารถทำหัตถการอื่นร่วมกันได้ไหม ?
ได้คครับ แต่ต้องให้ผิวพักฟื้นก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้รอประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ XTherma ก่อนทำหัตถการอื่น ๆ เช่น
- ฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์ : ควรรอ 2-4 สัปดาห์
- เลเซอร์ : ควรรอ 3-4 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการร่วมกันควรปรึกษาแพทย์เสมอ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย
XTherma เหมาะกับผู้ชายไหม ?
XTherma ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ชายที่มีปัญหา
- ผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม คาง และคอ
- เหนียงชั้นสอง (Double Chin)
- ไขมันสะสมบริเวณใบหน้า
- ต้องการกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น
- ริ้วรอยและรอยย่นที่เริ่มเห็นชัด
สรุป XTherma ดีไหม ?
XTherma เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงที่มีข้อดีโดดเด่นในเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น
สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิว หรือปรับรูปหน้า ปัจจุบันมีหลายเครื่องที่ช่วยได้ สามารถเลือกใช้ตามลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำปรึกษาแพทย์ ประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวก่อนตัดสินใจครับ


