Botox Filler ทำอันไหนก่อน ? สำหรับมือใหม่
มีหลายคนที่ Inbox มาปรึกษาหมอว่า Botox Filler ทำอันไหนก่อน ถ้าเริ่มทำหัตถการครั้งแรก ? ความจริงแล้ว Botox และ Filler สามารถทำพร้อมกันได้ ถ้าคนละตำแหน่งครับ เนื่องจากแก้ปัญหาคนละส่วนและทำงานคนละกลไก
- Filler ช่วยเติมเต็มและปรับโครงสร้างใบหน้า
- Botox ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย
หากคนไข้ต้องการทำควบคู่กัน ก็สามารถแจ้งได้ตั้งแต่ประเมินใบหน้า หมอจะช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้ครับ
แต่เพื่อให้คนไข้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ฉีดโบท็อก-ฟิลเลอร์ ทำอันไหนก่อน ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด ? มีข้อดี-ข้อจำกัดอะไรบ้าง ? รีวิว ราคา และผลลัพธ์ เป็นอย่างไร ? ติดตามได้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ Botox Filler ทำอันไหนก่อน
เจาะลึกโปรแกรม Botox และ Filler
Botox และ Filler คืออะไร ? แก้ปัญหาผิวคนละแบบอย่างไร ?
Botox และ Filler เป็นหัตถการฉีดที่สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยและช่วยปรับรูปหน้าได้ทั้งคู่ แม้จะให้ผลลัพธ์ด้านความอ่อนเยาว์เหมือนกัน แต่ทั้งสองหัตถการมีความแตกต่างกันในหลายจุดครับ ทั้งสารออกฤทธิ์ กลไก และลักษณะปัญหาที่เหมาะสม ดังนี้
| Botox | ประเด็นเปรียบเทียบ | Filler |
|---|---|---|
| Botulinum Toxin Type A | สารออกฤทธิ์หลัก | Hyaluronic Acid (HA) |
| ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ และต่อมเหงื่อ | กลไกการออกฤทธิ์ | เติมเต็มผิว และพยุงโครงสร้างที่ทรุดตัว |
| ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า กล้ามเนื้อและต่อมเหงื่อทำงานมากเกินไป | ลักษณะปัญหาที่เหมาะสม | ริ้วรอยจากการทรุดตัวของกระดูกหรือชั้นไขมัน การปรับโครงสร้างใบหน้า |
| ฉีดโบลดริ้วรอยทั่วหน้า, ฉีดโบลดเหงื่อและลดกลิ่นตัว, ฉีดโบลดขนาดกล้ามเนื้อกราม และลิฟกรอบหน้า, ฉีดลดกล้ามเนื้อน่อง และฉีดโบบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม | โปรแกรมที่นิยม | ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง, ฉีดฟิลเลอร์เสริมหน้าผาก, ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปทรงปาก, ฉีดฟิลเลอร์เติมร่องใต้ตา, ฉีดฟิลเลอร์เติมขมับตอบ และฉีดฟิลเลอร์เติมแก้มตอบ |
| เห็นผลภายใน 3-4 วัน | ระยะเวลาเริ่มเห็นผล | เห็นผลทันทีหลังฉีด |
| อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน | ระยะเวลาผลลัพธ์ | อยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน |
อ่านบทความเพิ่มเติม : โบท็อก (Botox) กับ ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันอย่างไร ? เทียบทุกประเด็น ข้อดี-ข้อเสีย
โปรแกรมฉีด Botox และ Filler ยอดนิยม
Botox กับ Filler ทำพร้อมกันได้ไหม ?
Botox และ Filler สามารถทำพร้อมกันได้ และในทางปฏิบัตินิยมทำพร้อมกัน ถ้าฉีดคนละตำแหน่ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ครับ
- แก้ปัญหาคนละส่วน : Botox ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่วน Filler เติมเต็มโครงสร้างที่ทรุดตัว
- ทำงานคนละชั้นผิว : Botox ฉีดชั้นกล้ามเนื้อ ส่วน Filler นิยมฉีดชั้นผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง
- ลดจำนวนครั้งมาคลินิก : ฉีด Botox ลดริ้วรอยทั่วหน้า ควบคู่กับการฉีด Filler ปาก เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย และเพิ่มมิติให้ใบหน้าได้ไปพร้อมกัน
ในกรณีที่ฉีด Botox Filler ในตำแหน่งเดียวกัน หรือชั้นผิวใกล้เคียงกัน ควรเว้นระยะห่างประมาณ 2 สัปดาห์ครับ หากคนไข้วางแผนจะทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน สามารถแจ้งแพทย์ได้ตั้งแต่ประเมินใบหน้าครับ หมอจะช่วยจัดลำดับหัตถการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้
Botox Filler ควรทำอันไหนก่อน ? ขึ้นอยู่กับอะไร ?
ฉีด Botox Filler ควรทำอันไหนก่อน ? ในความจริงแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า คนไข้กังวลใจ หรือรู้สึกไม่มั่นใจจุดไหนมากที่สุดครับ ยกตัวอย่างเช่น
- ถ้ากังวลริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าเป็นหลัก : เช่น ชอบขมวดคิ้ว ย่นหน้าผาก ยิ้มแล้วเห็นตีนกา หรือ Bunny Lines → มักเริ่มจาก Botox ก่อน
- ถ้ากังวลเรื่องริ้วรอยร่องลึก หรือรูปหน้าไม่สมดุล : เช่น ร่องใต้ตาลึก มีถุงใต้ตา ขมับตอบ หรือปากบาง → มักเริ่มจาก Filler ก่อน
ในการตัดสินใจว่า Botox Filler ทำอันไหนก่อน ?
จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินใบหน้าและปัญหาร่วมด้วยครับ
ลำดับการทำ Botox และ Filler ที่นิยม เมื่อฉีดร่วมกัน
การเลือก Botox Filler ทำอันไหนก่อน ไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัวครับ จำเป็นต้องประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคส
สำหรับหัวข้อนี้ หมอจะอธิบายแนวทางการจัดลำดับที่นิยมใช้ เมื่อคนไข้ทำหลายหัตถการร่วมกัน
ขั้นที่ 1 เครื่องยกกระชับ (ถ้ามี)
หากมีเครื่องยกกระชับ เช่น Hifu, Ulthera, Thermage หรือ Volnewmer แพทย์มักนิยมใช้เครื่องยกกระชับก่อน การฉีด Filler และ Botox ครับ
แต่ถ้าไม่ทำใน Session เดียวกัน แนะนำให้เว้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์
เจาะลึก เครื่องยกกระชับผิวยอดนิยม มีจุดเด่นอย่างไร ?
ขั้นที่ 2 ฉีด Filler ปรับโครงสร้างใบหน้า
ในเคสที่มีร่องลึกจากกระดูกและชั้นไขมันทรุดตัว เช่น ขมับตอบ ร่องใต้ตา ร่องแก้ม หรือแก้มตอบ แพทย์จะนิยมฉีด Filler เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ หลังใช้เครื่องยกกระชับครับ โดยอาจทำใน Session เดียวกัน หรือเว้นประมาณ 2 สัปดาห์
ขั้นที่ 3 ฉีด Botox เก็บริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
ขั้นสุดท้ายคือการฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา เพื่อเก็บรายละเอียด ให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
ตัวอย่างการวางแผนฉีด Botox และ Filler ในตำแหน่งต่าง ๆ
ในบางปัญหาและบางตำแหน่ง สามารถใช้ Botox และ Filler ควบคู่กันได้ เพื่อแก้ปัญหาได้ครบทั้งเรื่องกล้ามเนื้อและโครงสร้างผิว โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกันจากโครงหน้า ปัญหาหลัก และเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ได้ยึดตามตำแหน่งตายตัว ยกตัวอย่างเช่น
- กรณีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า + โครงหน้าทรุดเล็กน้อย : ใช้ Botox ลดริ้วรอยจากการขยับ เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตา ควบคู่กับ Filler เติมจุดที่โครงหน้าทรุด เช่น ใต้ตา หรือร่องแก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูสดใสและสมดุลมากขึ้น
- กรณีหน้าเหลี่ยม กล้ามเนื้อกรามเด่น แต่มีปัญหาคางสั้นหรือโครงหน้าไม่สมดุล : ใช้ Botox ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม และใช้ Filler เสริมความยาวคางหรือแนวกรอบหน้า เพื่อให้รูปหน้าเรียวขึ้น
- กรณีใบหน้าดูโทรมจากริ้วรอย ขมับตอบ รูปปากไม่ชัด : มักเริ่มจาก Filler เพื่อเติมขมับ และเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก ร่วมกับการฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
แนวทางเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น การฉีดจริงจำเป็นต้องประเมินเป็นรายบุคคล เพราะแต่ละคนมีโครงหน้า สภาพผิว และการทำงานของกล้ามเนื้อแตกต่างกัน การวางแผนโดยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยครับ
รีวิวการฉีด Botox และ Filler พร้อมกัน
กรณีไหนควรทำ Filler ก่อน Botox ?
ในบางกรณี ปัญหาหลักของใบหน้าไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อหรือการแสดงสีหน้า แต่เกิดจากโครงสร้างที่ทรุดตัวลงตามวัย เช่น กระดูกหรือชั้นไขมัน เมื่อเป็นลักษณะนี้ การเริ่มต้นด้วย Filler จะตอบโจทย์มากกว่า และบางเคสอาจ ไม่จำเป็นต้องทำ Botox เลยครับ
ตัวอย่างปัญหาที่ควรทำ Filler ก่อน Botox
- ร่องลึก ร่องแก้ม ใต้ตาลึก : ปัญหาจากการทรุดตัวของโครงสร้าง การใช้ Filler เติมเต็มจะช่วยแก้สาเหตุได้ตรงจุด
- ขมับตอบ แก้มตอบ ใบหน้าดูโทรม : เกิดจากไขมันและกระดูกยุบตัว การเติม Filler จะช่วยพยุงโครงหน้าให้ดูเต็มขึ้น
- คางสั้น หน้าผากแบน โครงหน้าไม่สมดุล : นิยมฉีด Filler เพื่อเสริมหน้าผาก หรือเพิ่มความยาวคาง ก็จะช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล มีมิติ
- ริมฝีปากบาง ไม่เป็นทรง หรือปากแตกเป็นร่อง : นิยมฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม สร้างขอบปาก หรือเพิ่มความชุ่มชื้น
- หน้าแก่ก่อนวัยจาก Volume Loss : การเติม Filler ช่วยทดแทนกระดูกหรือชั้นไขมันที่ยุบตัว แก้ปัญหาหน้าตอบ ขมับตอบ หรือฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม เพิ่มความอิ่มเอิบให้หน้าแก้ม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ
รีวิวปัญหาที่เหมาะกับการฉีด Filler
กรณีไหนควรทำ Botox ก่อน Filler ?
ในบางกรณี ปัญหาหลักของใบหน้าเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อหรือการแสดงสีหน้าเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างทรุดตัว หากเริ่มต้นด้วย Botox จะช่วยแก้ต้นเหตุของปัญหาได้ตรงจุดกว่า และบางเคสเมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวแล้ว อาจยังไม่จำเป็นต้องเติม Filler เพิ่ม ก็ได้ครับ
ตัวอย่างปัญหาที่ควรทำ Botox ก่อน Filler
- ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า : รอยขมวดคิ้ว หน้าผาก หรือตีนกา เป็นริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อขยับซ้ำ ๆ การฉีด Botox จะช่วยคลายกล้ามเนื้อให้ผิวเรียบเนียน และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต
- กล้ามเนื้อกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม : ในเคสที่หน้าใหญ่ หน้าบานจากกล้ามเนื้อกราม นิยมฉีด Botox เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ควบคู่กับโบลิฟกรอบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวย ได้รูป
- กล้ามเนื้อส่วนเกินจากการใช้งาน : ในรายที่มีต้นแขนใหญ่ หรือเนื้อน่องใหญ่ จากการออกกำลังกาย เดินเยอะ หรือยกของหนัก สามารถฉีดโบท็อก เพื่อให้แขนขาเรียวเล็กได้ครับ
- เหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรง : ปัญหาที่เกิดจากการทำงานของต่อมเหงื่อ นิยมฉีดโบท็อกบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้าครับ
- อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ : โบท็อกออฟฟิศซินโดรม และโบท็อกไมเกรน สามารถทำได้ครับ แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์มากประสบการณ์
รีวิวปัญหาที่เหมาะกับการฉีด Botox
Botox Filler ทำพร้อมกัน มีข้อดี-ข้อจำกัดอะไรบ้าง
การทำ Botox และ Filler พร้อมกันในครั้งเดียว เป็นแนวทางที่แพทย์นิยมใช้ในหลายเคส เพราะช่วยแก้ปัญหาได้ครบทั้งเรื่องกล้ามเนื้อและโครงสร้างใบหน้า อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรเข้าใจครับ
ข้อดีของการฉีด Botox และ Filler พร้อมกัน
- แก้ปัญหาได้ครบในครั้งเดียว : Botox ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่วน Filler ปรับโครงสร้างที่ทรุดตัว ทำให้ผลลัพธ์ดูสมดุลมากขึ้น
- เห็นภาพรวมของใบหน้าชัดเจน : แพทย์สามารถวางแผนทั้งหน้าได้พร้อมกัน
- ลดจำนวนครั้งในการมาคลินิก : เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด และต้องการดูแลใบหน้าแบบครบจบในวันเดียว
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ : เมื่อฉีด Botox และ Filler กับแพทย์มากประสบการณ์ จะได้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ครับ
ข้อจำกัด/เหตุผลที่บางเคสควรแยกทำ Botox และ Filler
- เรื่องงบประมาณ : การทำพร้อมกันอาจใช้งบสูงกว่า บางคนอาจเลือกเริ่มจากหัตถการที่กังวลมากที่สุดก่อน
- ตำแหน่งเดียวกันหรือชั้นผิวใกล้เคียงกัน : หาก Botox และ Filler ฉีดในบริเวณเดียวกันหรืออยู่ในชั้นผิวใกล้กัน แพทย์อาจพิจารณาแยกทำ เพื่อความแม่นยำและลดความเสี่ยง
Botox Filler ราคาเท่าไหร่ ? คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร ?
การฉีด Botox และ Filler มีราคามาตรฐานอยู่ในช่วงหลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับโปรโมชัน ยี่ห้อ ปริมาณที่ใช้ เทคนิคที่ฉีด และมาตรฐานของคลินิกความงามครับ
- Botox ราคา ประมาณ 7,500-18,000.-/ขวด (100 U)
- Filler ราคา ประมาณ 7,500-18,000.-/ไซริงค์ (1 CC)
โดยทั่วไป Botox และ Filler กลุ่มแบรนด์ยุโรป-อเมริกา มักมีราคาสูงกว่าแบรนด์จากฝั่งเกาหลี เนื่องจากมีการใช้งานมาอย่างยาวนาน มีงานวิจัยและข้อมูลทางการแพทย์รองรับจำนวนมาก รวมถึงอาจให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานกว่าครับ
เลือกฉีด Botox และ Filler ยี่ห้อไหนดี ?
สำหรับที่ V Square Clinic มี Botox และ Filler หลากหลายแบรนด์ ทั้งกลุ่มยุโรปและเกาหลี ตรวจสอบได้ทุกกล่อง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินโครงหน้าและสภาพผิวให้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมแนะนำแนวทางการรักษา แบรนด์ และปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาและงบประมาณของแต่ละคนครับ
คลิกดูโปรโมชัน Botox และ Filler ทุกยี่ห้อ ที่ V Square Clinic
Botox Filler ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
การเลือกคลินิกสำหรับทำ Botox และ Filler ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากมาตรฐานของคลินิกความงาม และแพทย์ที่ทำหัตถการครับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
- มาตรฐานและความสะอาดของคลินิกความงาม : เลือกคลินิกความงามที่แสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักชัดเจน แบ่งห้องทำหัตถการเป็นสัดส่วน ลดโอกาสปนเปื้อน
- แพทย์ที่มีใบอนุญาตและมากประสบการณ์ : แพทย์ที่ทำหัตถการต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง มากประสบการณ์ในด้านการปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์และโบท็อก
- การให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนทำ : ก่อนทำหัตถการควรได้รับการประเมินใบหน้ากับแพทย์เจ้าของเคสโดยตรง ไม่ใช่การซื้อคอร์สผ่านพนักงานขาย
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีแหล่งตรวจสอบได้ : Botox และ Filler ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. นำเข้ามาถูกต้อง และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อหลีกเลี่ยงของปลอมหรือของไม่มีคุณภาพ
- รีวิวและผลงานก่อน-หลังที่น่าเชื่อถือ : ภาพรีวิวจากเคสจริง ระบุข้อมูลชัดเจน เช่น ภาพก่อน-หลัง ชื่อหัตถการ และจำนวน CC ที่ทำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Botox กับ Filler ทำพร้อมกันอันตรายไหม ?
Botox กับ Filler ทำพร้อมกันไม่อันตราย หากอยู่ภายใต้แพทย์ที่มากประสบการณ์ครับ เพราะแพทย์จะวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งเรื่องลำดับหัตถการ ปริมาณ และตำแหน่งฉีด
ทำ Botox กับ Filler พร้อมกัน หน้าแข็งไหม ?
ในความจริงแล้ว ฉีด Botox กับ Filler แล้วหน้าแข็งหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำพร้อมกัน แต่ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก หากแพทย์มากประสบการณ์ และมีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ หลังฉีดไม่เป็นก้อน และหน้าไม่แข็ง
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปัญหาฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนบวมเกิดจากอะไร ? แก้ไขและป้องกันอย่างไร ?
ถ้าไม่ทำ Botox กับ Filler พร้อมกัน ควรเว้นกี่วัน ?
โดยทั่วไป หากฉีด Botox และ Filler ในตำแหน่งเดียวกัน จะเว้นประมาณ 14 วัน หรือตามการประเมินของแพทย์ครับ
ทำ Botox กับ Filler พร้อมกัน ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นไหม ?
โดยทั่วไป การทำ Botox และ Filler พร้อมกันไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ระยะเวลาการคงอยู่ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ การดูแลตัวเองหลังทำของคนไข้ และมาตรฐานการเก็บรักษาและจัดการตัวยาของคลินิกมากกว่า
สรุป Botox Filler ทำอันไหนก่อนดีที่สุด ?
จริง ๆ แล้ว Botox Filler ทำอันไหนก่อนดีที่สุด ? ขึ้นอยู่กับปัญหา และความกังวลหลักของคนไข้ครับ หากต้องการลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า มักเริ่มจาก Botox ก่อน แต่ถ้าปัญหามาจากกระดูกและชั้นไขมันทรุดตัว มีร่องลึก หรือรูปหน้าไม่สมดุล Filler จะเหมาะกว่า
หัวใจสำคัญคือ การประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนลำดับหัตถการ ตำแหน่ง และปริมาณที่เหมาะสมกับโครงหน้าและเป้าหมายของคนไข้แต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และตรงจุดที่สุดครับ


