รวมวิธีลดรอยสิว ที่หมอแนะนำ
“ลดรอยสิว” คือการฟื้นฟูสภาพผิวที่มีรอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิวที่หลงเหลือหลังสิวหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการรักษาครับ โดยปัจจุบันมีวิธีลดรอยสิวหลายแบบครับ ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมลดรอยสิว การสครับ รวมถึงการใช้หัตถการทางการแพทย์แบบต่าง ๆ ที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป
สำหรับใครที่อยากลดรอยสิวเร่งด่วน หมอมีแนะนำในบทความนี้ รอยสิวเกิดจากอะไร ? มีกี่แบบ ? วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอย และหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยลดรอยสิวได้ไว เห็นผลจริง พร้อมแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวให้จางไวขึ้นอย่างปลอดภัยครับ
สารบัญ ลดรอยสิว
รอยสิว รอยแผล และรอยหลุมสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
รอยสิว รอยแผล หรือรอยหลุมสิว มีสาเหตุมาจากเมื่อเป็นสิวแล้วรักษาด้วยการกด บีบ จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อถูกทำลาย เส้นเลือดฝอยบนผิวหนังแตกออก เกิดการอักเสบ
นอกจากนี้ผิวหน้ายังเป็นจุดที่โดดแสงแดดได้ง่าย หากไม่มีการทาครีมกันแดดป้องกัน บริเวณที่เป็นสิวก็อาจจะเกิดรอยดำได้ครับ
รอยสิวมีกี่ประเภท ? ต่างกันยังไง ?
รอยสิวที่เกิดขึ้นหลังจากสิวหายสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ครับ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะ สาเหตุ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้
- รอยแดงจากสิว (Post-Inflammatory Erythema: PIE) เกิดจากการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวหนอง ทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ส่งผลให้บริเวณนั้นเกิดเป็นรอยแดง
- รอยดำจากสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH) เป็นจุดด่างดำสีน้ำตาลหรือม่วงคล้ำที่เกิดขึ้นหลังสิวหาย โดยเฉพาะสิวอักเสบ ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในระหว่างการฟื้นตัวของผิว
- รอยหลุมสิว (Acne Scar) เกิดจากสิวอักเสบรุนแรงที่ทำลายเนื้อเยื่อผิวชั้นลึก ส่งผลให้ผิวเกิดรอยยุบลงเป็นหลุม มักพบในผู้ที่มีสิวเรื้อรัง เป็นสิวอุดตัน หรือสิวหัวช้างซ้ำ ๆ ทำให้เป็นแผลหลุมสิวถาวร โดยหลุมสิวแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ หลุมตื้น (Rolling Scar), หลุมลึก (Boxcar Scar), หลุมเล็กแคบ (Ice Pick Scar)
อ่านบทความเพิ่มเติม : หลุมสิวมีกี่แบบ เกิดจากอะไร มีกี่แบบ รักษาวิธีไหนดี ป้องกันอย่างไร ?
17 วิธีลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิว
วิธีลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง และรอยหลุมสิวให้จางลงไว สามารถทำได้ด้วยการเร่งการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นคอลลาเจน ลดการอักเสบ หมอรวบรวมวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และหัตถการทางการแพทย์ มีดังนี้
1. เลเซอร์ลดรอยสิว
สำหรับคนที่มีปัญหาสิว เช่น สิวที่คาง สิวที่หน้าผาก สิวที่แก้ม เมื่อสิวหายแต่ทิ้งรอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิวไว้ วิธีแก้ไขที่ได้รับนิยมคือการทำเลเซอร์ลดรอยสิว เช่น
- Pico Laser ทั้ง Pico Plus, Pico Sure Pro , Discovery Pico
- Sylfirm X Plus
- Fotona SP Dynamis
- LED Bellalux
วิธีนี้จะใช้การยิงแสงเลเซอร์เข้าไปบริเวณผิวหนังที่เป็นรอยสิว เพื่อทำลายเม็ดสีเมลานิน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและกลับมาเรียบเนียนเสมอกัน รอยสิวเริ่มจางลง เห็นผลชัดประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังเลเซอร์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล
รีวิวเลเซอร์ลดรอยสิว ที่ V Square Clinic
2. ฉีดเมโสลดรอยสิว จุดด่างดำ
เมโสลดรอยสิว คือ การฉีดวิตามินเข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง ช่วยบำรุงลึกถึงระดับคอลลาเจน อิลาสติน และ Hyaluronic Acid ทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส ลดรอยสิว เสริมความแข็งแรงของผิว หรือฉีดเมโสหลุมสิว แต่จะไม่ได้เหมาะหลุมสิวทุกประเภท จะเหมาะกับหลุมสิวที่ตื้น ๆ
หลังฉีดตัวยาจะช่วยฟื้นฟู และซ่อมแซมผิวระดับเซลล์ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แนะนำให้ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงแรก และเว้นระยะตามความเหมาะสมเมื่อเห็นผลแล้ว
สำหรับเมโสหน้าใสยี่ห้อที่ได้รับความนิยมได้แก่
- มาเด้คอลลาเจน
- Filorga (NCTF 135 HA)
- REVS (NCFS)
- Tensonez
- Exosome
- Rejuran
- Neoderm
- Neoclear
- Neo Glutanex
3. ดริปวิตามินผิว บูสต์ผิวกระจ่างใส
การดริปวิตามิน (IV Drip) คือ การให้วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำโดยตรง ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ทำให้เกิดรอยดำ รอยแดงจากสิว พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
สำหรับคนที่มีรอยสิวบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น รอยสิวที่คอ รอยสิวหลัง สามารถฉีดวิตามินผิวขาว ช่วยให้ผิวพรรณบริเวณนั้นกระจ่างใส รอยดำ รอยแดงจางไวขึ้นครับ
4. ทานวิตามินอาหารเสริม ลดรอยสิว
นอกจากการดริปวิตามินแล้ว ยังสามารทานวิตามินที่ช่วยลดรอยสิว เช่น Zinc, Vitamin C, Grape Seed มีส่วนช่วยต้านการอักเสบและฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส แต่ควรศึกษาข้อดี ข้อเสีย วิธีการกินและปริมาณที่เหมาะสม
หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย หรือน้อยเกินไปอาจไม่เห็นผล ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากวิตามินอย่างเต็มที่ เห็นผลและปลอดภัยครับ
5. ทำ Hifu ลดรอยสิว กระตุ้นคอลลาเจน
Hifu Ultraformer III /Ultraformer MPT แม้จะไม่ได้รักษารอยสิวโดยตรง แต่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เรียบเนียน แน่นขึ้น รอยสิวจะดูตื้นลงเมื่อผิวแน่นขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับไปพร้อมกับบำรุงผิว
การทำ Hifu เป็นการบำรุงผิวจากภายใน ทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ที่พัฒนามาจากการอัลตราซาวด์ดูครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นโดยตรง นอกจากจะช่วยเรื่องคุณภาพผิวแล้วยังช่วยเรื่องการกระชับผิว เป็นอีกวิธีที่สามารถทำร่วมกับการทาครีม หรือการบำรุงวิธีอื่น ๆ ได้ครับ
6. การทาครีมลดรอยสิว
การใช้ครีมลดรอยสิว ควรเลือกที่มีส่วนผสมอย่างวิตามินซี ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) อาร์บูติน กรดโคจิก คอร์ติโซน เซราไมด์ หรือกรดผลไม้ AHA จะช่วยให้รอยดำจากสิวจางไวขึ้น โดยเฉพาะหากใช้ต่อเนื่อง เช้า-เย็น และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
7. เซรั่มลดรอยสิว
เซรั่มลดรอยสิวจะเหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงแบบไม่เหนอะหนะ มักมีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์เข้มข้น เช่น ไนอะซินาไมด์ กรด AHA หรือกรดอัลฟ่าไฮดรอกซี ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดจุดด่างดำ ลดรอยแดงจากสิว
แนะนำให้ทาอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลชัดเจน และควรใช้ควบคู่กับครีมกันแดดในตอนเช้า เพื่อป้องกันไม่ให้รอยสิวเข้มขึ้นจากแสงแดด
8. เจลลดรอยสิว
เจลลดรอยสิวต่างจากเจลแต้มสิว เพราะเน้นลดรอยดำ รอยแดงหลังสิวหายโดยเฉพาะ ควรเลือกสูตรที่มี Allantoin, Vitamin B3, Mucopolysaccharide หรือ Alpha Arbutin ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ การเห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความสม่ำเสมอในการใช้
9. สบู่ลดรอยสิว
คนที่มีรอยสิว เช่น รอยสิวที่หลัง ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำความสะอาดผิวได้ไม่ดีพอ ทำให้เกิดสิวซ้ำ ๆ ในขณะที่สิวเก่าที่ทิ้งรอยไว้ยังไม่หาย การเลือกใช้สบู่ลดรอยสิว เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดปัญหาสิว ลดรอยสิวให้จางลง และช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น แต่ไม่เหมาะกับทุกสภาพผิวครับ โดยเฉพาะผิวแห้ง ผิวบอบบาง อาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
10. สเปรย์ลดรอยสิว
สเปรย์ลดรอยสิว นิยมใช้กับรอยสิวหลัง หน้าอก ลำคอ แขน ช่วยลดรอยสิว เร่งผลัดเซลล์ผิวให้เรียบเนียน เวลาฉีดลงบนผิวจะให้ความรู้สึกเย็น
ส่วนใหญ่ส่วนผสมจะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ และสารที่ออกฤทธิ์ช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบของสิว เช่น Salicylic Acid (ซาลิไซลิก แอซิด) Centella Asiatica (เซนเทลล่า เอเชียติก้า) แต่อาจจะเห็นผลช้า และต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ
11. สครับหน้าลดรอยสิว
การสครับหน้าลดรอยสิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่มีเม็ดสีสะสมออกไป กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ควรเลือกสูตรอ่อนโยน เช่น น้ำตาลทรายแดง โยเกิร์ต หรือมะขามเปียก และสครับไม่เกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันผิวบางหรือระคายเคือง
12. ใช้ยาทาแผลเป็น
หลังรักษาสิวและกำจัดหัวสิวออกไปแล้ว อาจมีแผลเป็นที่หลงเหลืออยู่ การรักษารอยดําจากสิวสามารถใช้ยาทาแผลเป็น ยาแต้มลดรอยสิว ที่มีส่วนผสมของ Onion Extract และ Allium Cepa Extract จะช่วยให้รอยจางไวขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลนูนได้ครับ
13. ทาว่านหางจระเข้ลดรอยสิว
ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยสมานแผล รักษาความสมดุลของผิว ลดอาการอักเสบของผิว รักษาปัญหาสิว รอยแผล จุดด่างดำ
สำหรับคนที่มีปัญหารอยสิวสามารถนำว่านหางจระเข้มาปั่นให้ละเอียด หรือฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ใช้มาสก์หน้าเป็นประจำ ช่วยปรับสภาพผิวหน้า ทำให้รอยสิวจางลงได้ สามารถทำควบคู่กับการรักษารอยดำจากสิวด้วยวิธีอื่นเพื่อช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นได้ครับ
14. มาสก์หน้าด้วยสมุนไพร
สูตรมาสก์หน้าแบบธรรมชาติ เช่น มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง โยเกิร์ต แตงกวา หรือขมิ้น จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำ และบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น เหมาะกับผู้ที่แพ้ง่ายและไม่อยากใช้สารเคมี
แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ควบคู่กับการทาครีมหรือยาทาแผลเป็น จะช่วยลดรอยสิว รอยแดง จุดด่างดำ รอยดำจากสิวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
15. ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว
สำหรับคนที่มีปัญหารอยหลุมสิว สามารถฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว (Hyaluronic Acid) หรือฟิลเลอร์ Skin Booster เพื่อเติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ไม่ต้องพักฟื้น
สำหรับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดหลุมสิว เช่น Belotero Revive, Juvederm Volite, Restylane Vital Light ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเจลเนื้อละเอียด ฉีดแล้วเบลนด์ไปกับผิว แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อให้ผิวเต็มขึ้นมาเท่าผิวเดิมให้ได้มากที่สุด หลังฉีดฟิลเลอร์เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว อยู่ได้นานไหม ? ใช้กี่ CC ? ราคาเท่าไหร่ ?
16. ฉีด Collagen Biostimulator
ในเคสที่มีรอยหลุมสิว สามารถฉีด Collagen Biostimulator เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน ปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ช่วยให้รอยหลุมสิวดูตื้นขึ้น เรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนยังช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น ผิวแน่น ยืดหยุ่นขึ้น
17. ผ่าตัดหลุมสิว
ศัลยกรรมหลุมสิว เหมาะกับรอยหลุมลึกที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล โดยใช้เทคนิค Punch Excision (ตัดหลุมออกแล้วเย็บ), Subcision (ตัดพังผืดใต้หลุม) หรือ Skin Grafting (ปลูกผิวใหม่) ซึ่งจำเป็นต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น
ลดรอยสิว ราคาเท่าไร ?
อยากลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง หลุมสิว ราคาแตกต่างกันไปตามประเภทของรอยสิว หัตถการที่เลือกใช้ โดยช่วงราคาแต่ละวิธีในคลินิก เริ่มต้นดังนี้
- เลเซอร์ลดรอยสิว ราคาเริ่มต้น 4,000.-/ครั้ง ขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้
- เมโสหน้าใสสูตรลดรอยสิว ราคาเริ่มต้น 2,000.-/ครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้
- ดริปวิตามินผิว ราคาเริ่มต้น 1,500.- ขึ้นอยู่กับสูตรวิตามิน
- ฟิลเลอร์หลุมสิว ราคาเริ่มต้น 12,900.-/CC ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และปริมาณ CC ที่ใช้
- Hifu ราคาเริ่มต้น 9,000.- ขึ้นกับจำนวนไลน์ที่ใช้
- Collagen Biostimulator ราคาเริ่มต้น 15,000.- ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้
ลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง ที่ V Square Clinic ราคาโปรโมชัน คลิก!
ลดรอยสิวเร่งด่วน เห็นผลจริง ที่ V Square Clinic
ปรึกษาหมอ ประเมินปัญหาผิว ที่ V Square Clinic
(นพ. สุรนาถ ดีสุวรรณ์ เลข ว.46313)
สำหรับใครที่มีรอยสิวชัด รอยแดง รอยดำ หรือรอยหลุมสิวที่อยากให้จางไว ที่ V Square Clinic มีหัตถการลดรอยสิวเร่งด่วนที่ช่วยให้เห็นผลชัดใน 2-3 สัปดาห์ โดยออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลจากการประเมินโดยแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิด
หัตถการลดรอยสิวเร่งด่วนที่ V Square Clinic มีอะไรบ้าง ?
- Pico Laser จัดการเม็ดสีตรงจุด ยิงเร็ว เห็นผลไว เม็ดสีแตกละเอียด เหมาะกับรอยดำ รอยแดงสิว เห็นผลไวตั้งแต่ครั้งแรก
- Sylfirm X Plus เลเซอร์เข็มแบบ Dual Wave รักษารอยแดงสิวและหลุมสิวในครั้งเดียว
- Fotona SP Dynamis เลเซอร์ 2 หัว รักษาได้ทั้งหลุมสิว ผิวไม่เรียบ และรูขุมขนกว้าง
- Bellalux เลเซอร์ฉายแสง LED ลดการอักเสบของสิว รอยแดงสิว
- เมโสลดรอยสิว ปรับสมดุลผิว รอยสิวจางลง ผิวดูสุขภาพดี แข็งแรงขึ้น
- ฟิลเลอร์หลุมสิว เติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียน ฉ่ำวาว
- Hifu กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เรียบเนียน แน่นขึ้น
- Collagen Biostimulator ฟื้นฟูผิวที่เป็นรอยหลุมสิวให้เรียบเนียนขึ้น
ทุกเคสแพทย์จะวิเคราะห์จากประเภทของรอยสิว ระยะเวลาที่เกิดรอย ลักษณะผิวของแต่ละคน และแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ทั้งไว ปลอดภัย และตรงจุด
ทำไมต้องรักษารอยสิวที่ V Square Clinic ?
- ไม่มีเซลส์ ไม่ขายคอร์ส ทุกเคสปรึกษาแพทย์โดยตรง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ใช้ตัวยาแท้ เครื่องเลเซอร์แท้ ได้มาตรฐาน ผ่าน อย. สามารถตรวจสอบได้
- ดูแลโดยแพทย์ประสบการณ์สูงเฉพาะทาง ผ่านการอบรมอัปเดตความรู้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- วิเคราะห์ปัญหาแบบเฉพาะบุคคล เลือกวิธีรักษาตรงจุด เห็นผลชัดเจน
- ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมิน ไปจนถึงการติดตามผลหลังทำ
- มีเครื่องมือหลายชนิดให้เลือกใช้ตามปัญหาผิว ไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น
- คลินิกมีหลายสาขา เดินทางสะดวกทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- รีวิวแน่น เคสจริงเยอะ เห็นผลชัดเจน พร้อมให้ข้อมูลอย่างโปร่งใส
สนใจปรึกษาปัญหาผิวฟรี สามารถจองคิวประเมินได้ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ประสบการณ์สูง
วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิว
การป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิวตั้งแต่ต้น เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะรอยสิวเมื่อเกิดแล้วอาจต้องใช้เวลารักษานาน และบางกรณีอาจทิ้งรอยถาวรได้ หากดูแลผิวอย่างถูกวิธีตั้งแต่ตอนที่เป็นสิว จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวได้มากครับ
- ห้ามบีบ แกะ หรือกดสิวเอง เพราะจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบมากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และทิ้งรอยแดงรอยดำได้ง่าย
- ใช้ครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน แม้ไม่ได้ออกแดดโดยตรง เพราะรังสี UV เป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินผลิตมากขึ้น ทำให้รอยสิวเข้มขึ้น
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน ทั้งสกินแคร์และเครื่องสำอางควรเลือกสูตร Non-comedogenic เพื่อป้องกันการเกิดสิวซ้ำ และลดการระคายเคืองผิว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสมดุล ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ ส่งผลให้สิวอักเสบง่ายและเกิดรอยสิวได้มากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าโดยไม่จำเป็น
- สิวอักเสบรุนแรงควรรักษาโดยแพทย์ตั้งแต่แรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยหรือหลุมสิวในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลดรอยสิว
ทำไงให้รอยแดงจากสิวหาย ?
รอยแดงจากสิวเกิดจากหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่อักเสบ หากต้องการให้หายเร็วควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมลดการอักเสบ เช่น Niacinamide หรือ Centella Asiatica และอาจทำหัตถการร่วม เช่น เลเซอร์ฉายแสง LED Bellalux, Pico Laser หรือเมโสลดรอยสิว เพื่อเร่งผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
รอยแดงสิวกี่วันหาย ?
รอยแดงจากสิวจะค่อย ๆ จางลงเองใน 2-6 สัปดาห์ หากไม่ได้รับการกระตุ้นซ้ำ เช่น แกะสิว หรือโดนแดดจัดครับ แต่ถ้าเป็นรอยลึกหรือผิวบอบบาง อาจใช้เวลาหลายเดือน หรือจำเป็นต้องรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อให้เห็นผลไวขึ้น
ว่านหางจระเข้ช่วยลดรอยแดงไหม ?
ว่านหางจระเข้สามารถช่วยลดรอยแดงได้ครับ เพราะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สมานผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว สามารถใช้ว่านหางจระเข้สด หรือเจลที่มีสารสกัดเข้มข้นทาทุกวัน ช่วยลดรอยแดงและปลอบประโลมผิวที่อ่อนแอได้ดี
รอยสิว หายเองได้ไหม ?
รอยสิวสามารถหายเองได้ครับ โดยเฉพาะรอยดำ-แดงที่เกิดหลังสิวหายใหม่ ๆ ร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นฟูเซลล์ผิวตามธรรมชาติ และเม็ดสีเมลานินจะลดลงเรื่อย ๆ ทำให้รอยค่อย ๆ จางไปเองในช่วง 1-6 เดือน
หัตถการลดรอยดำรอยแดงจากสิวมีอะไรบ้าง ?
หัตถการที่ช่วยลดรอยแดงสิวมีหลายวิธีครับ แต่ละวิธีมีคุณสมบัติ จุดเด่น และวิธีการที่ต่างกันไป แพทย์จะเลือกวิธีให้เหมาะกับสภาพผิวและประเภทของรอยสิวแต่ละราย เพื่อให้เห็นผลเร็วและปลอดภัย เช่น
- Pico Laser / เลเซอร์ฉายแสง LED Bellalux ช่วยลดรอยแดงและรอยดำลึก
- เมโสลดรอยสิว / Exosome / Rejuran ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดการอักเสบ
- ฉีดวิตามินผิว ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสโดยรวม
- กรดผลไม้ / AHA / BHA Treatment ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดเม็ดสี
สรุป ลดรอยสิว ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเข้าใจสาเหตุและวิธีดูแล
รอยสิวไม่ว่าจะเป็นรอยแดง รอยดำ หรือรอยหลุมสิว สามารถรักษาให้จางลงได้ หากดูแลอย่างถูกวิธีและเลือกใช้หัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวครับ
หากกำลังมองหาวิธีลดรอยสิวแบบเห็นผลไว ปลอดภัย และเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ V Square Clinic ฟรี หรือทักมาสอบถามเบื้องต้นก่อนได้เลยครับ


