4 วิธีขจัด ริ้วรอยใต้ตา แก้ปัญหาหน้าแก่กว่าวัยให้หน้าเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ



ริ้วรอยใต้ตา ถือเป็นปัญหาน่าหนักใจสำหรับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ใต้ตาเป็นส่วนที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุด และมักเกิดริ้วรอยก่อนบริเวณอื่นๆของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าไม่สดใส

1.สาเหตุของการเกิด ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา

2.วิธีลดริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา

สาเหตุของการเกิด ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา

1.อายุที่มากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง อิลาสตินและคอลลาเจนเสื่อมสภาพลง ประกอบกับผิวหนังบริเวณใต้ตามีความละเอียดและบอบบางมากกว่าบริเวณอื่น จึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย และจะลึกขึ้นเรื่อยๆถ้าไม่รีบแก้ไข

2.พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิด ริ้วรอยใต้ตา

การใช้ชีวิตของเราก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอารมณ์ สีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การย่นจมูก การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด ความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ซึ่งมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ทำให้สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยได้ง่าย

3.แสงแดด

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและหาวิธีป้องกัน รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น 

4.ผิวแห้งก็ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ 

สำหรับใครที่ประสบปัญหาผิวแห้ง จะสังเกตได้ว่าเมื่อผิวแห้งจะทำให้ผิวอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่ายและมองเห็นชัด

วิธีลดริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา

หมอเบสกำลังฉีดฟิลเลอร์ ริ้วรอยใต้ตา

เมื่อเกิดริ้วรอยใต้ตา จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้า มีอายุ แล้ววิธีลดริ้วรอยใต้ตาจะมีวิธีไหนบ้าง ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและเห็นผล บทความนี้มีคำตอบครับ

1.ฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยใต้ตาถือเป็นหัตถการที่เห็นผลชัดเจนที่สุด ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาให้เต็มขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยเล็กๆใต้ตาดีขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์สดใสขึ้น และยังทำให้ผิวใต้ตามีความชุ่มชื้นยืดหยุ่น ช่วยลดโอกาสในการเกิดริ้วรอยใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเป็นวิธีที่ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน รอยรูเข็มเล็ก และไม่มีอาการบวม

อ่านเพิ่มเติมถาม-ตอบเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา กับ ทีมแพทย์ V Square Clinic

2.Hifu ใต้ตา

การทำ Hifu ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะไม่ต้องใช้เข็มฉีด ไม่ต้องผ่าตัด เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง ยิงเข้าไปในชั้นใต้ผิวเพื่อให้เกิดการหดตัว และยกกระชับในบริเวณนั้นๆ คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์นี้ไม่เป็นอันตรายต่อลูกตาของเรา จึงสามารถใช้ Hifu ในการช่วยลดริ้วรอยใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง

อ่านเพิ่มเติม9 ข้อ ที่ต้องระวัง ! และควรรู้ในการทำ Hifu

3.โบท็อก

การฉีดโบท็อกเหมาะกับการฉีดในบริเวณกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยๆจนเกิดเป็นริ้วรอย เช่น รอยย่นเล็กๆใต้ตาเวลายิ้ม รอยตีนกา โบท็อกจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยจะจางลง ซึ่งจะเริ่มเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ เห็นผลเต็มที่ประมาณ 14 วันหลังทำ แต่การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยรอบดวงตามากเกินไป อาจทำให้ตาแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูล พูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำอย่างละเอียด

อ่านเพิ่มเติมแฉหมดเปลือก ! วิธีการเลือกใช้โบท็อก อเมริกา/อังกฤษ/เยอรมัน/เกาหลี และกลโกงโบท็อก !

4.เมโส

สำหรับการฉีดเมโสหน้าใสเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมโสหน้าใสจะมีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมเมโสหน้าใส คืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส

การลดริ้วรอยใต้ตาจะช่วยทำให้ใบหน้าดูเด็กลง อ่อนเยาว์ สดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น ซึ่งการลดริ้วรอยใต้ตามีหลากหลายวิธีทั้งการฉีดและการทำ Hifu ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้มีปัญหามากน้อยอย่างไร และต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจทำ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 11 สาขา หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ

ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้าลดริ้วรอยกับคุณหมอได้ฟรี หมอตอบเองครับ